หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวหนัง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวหนัง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2558

วิจารณ์หนังใหม่หัวเรื่อง UNBROKEN

บทวิจารณ์หนังเรื่อง UNBROKEN


class=aligncenter


ถึงแม้ว่าหนังอย่างเรื่อง Unbroken นั้นจักตั้งใจนำเสนอวีรกรรมและความอดทนของบุคคลที่มีตัวตนอยู่ครันในประวัติส่วนตัวศาสตร์อย่าง หลุยส์ แซมเปอร์รินี่ แต่ทว่าจุดขายของโปรแกรมหนังที่แท้ยิ่งคือการเอาชื่อผู้กำกับหญิงอย่าง แองเจลิน่า โจลี่ มาขายเป็นหลัก เสียจนเราอาจจักกล่าวได้ว่า เราแทบจักสนใจในออร่ารัศมีของตัวโจลี่ มากกว่าจะไปโฟกัสตัวหนังเสียอีกด้วยซ้ำไป


ซึ่งแท้ๆ แล้วผลงานการกำกับของโจลี่ชิ้นที่ 3 นี้ถือว่าทำออกมาได้สมน้ำสมเนื้อ เพราะว่าตัวหนังมีสเกลของเรื่องที่เรียกได้ว่าใหญ่พอตัว ทั้งนี้เพราะตัวหนังมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องสงคราม ปรากฏฉากเครื่องบินรบ รวมไปถึงช่วงเวลาที่ตัวละครของเรื่องต้องไปลอยคออยู่กลางทะเล ก่อนที่จะโดนจับไปอยู่ในค่ายเชลยตอนท้ายเรื่อง ซึ่งแน่นอนว่าการควบคุมงานสร้างของโจลี่แม้ว่าจักออกมาน่าพอใจ แต่ครั้งลองหันกลับมามองในเรื่องตัวบทจอเงินด้วยกันวิธีการเล่าเรื่องของเธอแล้วจะพบว่าตัวหนังเข้าใหม่ค่อนข้างประสบปัญหาพอสมควร


เพราะว่าที่ แจ็ค โอคอนเนล ที่เป็นนักแสดงนำของเรื่องที่รับบทเป็น หลุยส์ แซมเปอร์รินี่ นั้นต้องรับหน้าที่ในการโอบอุ้มเช็ครอบหนังทั้งเรื่องไว้เลยทีเดียว เนื่องจากว่ามันเล่าช่วงเวลาที่เขาต้องพยายามเอาชนะตัวเองในการวิ่งมาราธอนก่อนจะผันตัวเองไปวิ่งแข่งขันเป็นนักกีฬาในการแข่งขันโอลิมปิกโลก ซึ่งหนังก็เล่าช่วงเวลานี้แบบผ่านๆ ไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรมากนัก


แต่ทว่าฝันของหลุยส์ นั้นก็ต้องดับวูบหายไปปางเขาต้องเข้าไปร่วมเป็นพลทหารอากาศในกองทัพสหรัฐ ระหว่างที่เขาได้รับภารกิจในการบินไปลาดตระเวนนั้นเองเครื่องของเขาก็ถูกยิงตกลงในมหาสมุทรจนต้องลอยคอยอยู่กลางทะเลเป็นเวลาหลายอาทิตย์ ซึ่งพวกเขาก็ต้องเผชิญสภาพขาดน้ำ ขาดอาหารด้วยกันโดนแสงแดดแผดเผาจนร่างกายไหม้ คล้ายๆ กับชีวิตพายใน Life of Pi แต่ที่ซวยหนักกว่าคือการที่เขาถูกกองทัพญี่ปุ่นพบพร้อมทั้งจับตัวไปเป็นเชลยสงครามในค่ายทหาร


ด้วยกัน ณ ในค่ายทหารนั้นเองหลุยส์ต้องเผชิญหน้า เดอะเบิร์ด 1.มิยาวิ, 2.ทาคามาสะ อิชิฮาระ ที่ใครๆ ก็ขนานนามว่าเขาเป็นจอมโหดแห่งค่ายเชลยสงครามที่มักจะลงมือลงไม้กับนักโทษเป็นประจำ ด้วยกันหลุยส์ก็ตกเป็นกระสอบทรายอยู่บ่อยครั้ง


ซึ่งสิ่งที่น่ากังขาก็คือ ความสัมพันธ์แบบทั้งรักทั้งเกลียดของ เดอะเบิร์ด กับ หลุยส์ นั้น เรียกได้ว่าตัวดูหนังนำเสนอมาแล้วส่อกลิ่นโฮโมอิโรติกคลุ้งจอไปหมด ด้วยเหตุที่เคมีของนักแสดงชายทั้งสองคนดันเข้ากันแบบประหลาด ยิ่งแววตาโหยไห้ของฝ่ายญี่ปุ่นนั่นยิ่งสร้างความรู้สึกตะหงิดๆว่าแน่แท้ๆแล้ว เดอะเบิร์ดนั้นแอบชอบในความไม่ยอมพ่ายของหลุยส์ หรือไม่คิดเป็นอื่นไกลไปกว่านั้นเราก็ไม่อาจจะรู้ได้เหมือนกัน เช่นแค่รู้สึกได้ว่ากำแพงนั้นส่งกลิ่นแปลกๆอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว


เพราะถ้ามองในภาพรวมแล้วหนังใหม่อาจจะไม่ได้บันเทิง หรือว่าน่าจดจำในทุกภาคส่วน แต่ถือว่าเป็นผลงานที่เรามองเห็นความตั้งใจของ แองเจลิน่า โจลี่ ในการถ่ายทอดเรื่องราวของหลุยส์ แซมเปอรินี่ได้ไม่เลวทีเดียวครับ

ให้ 3 คะแนนจาก 5 คะแนน

@พริตตี้ปลาสลิด

class=

ที่มา: http://movie.sanook.com/48181/

วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

สินน้ำใจ Oscars 2015 บำเหน็จนี้ ใครชอบได้มา?

รางวัล Oscars 2015 รางวัลนี้ ใครควรได้?




เดินทางเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการประกาศผลหนังยอดเยี่ยมประจำปี 87th Academy Awards ใช่ไหม Oscars 2015 รางวัลออสการ์ที่เตรียมมอบให้กับจอเงินคุณภาพที่คู่ควรในสาขาต่างๆ ในคืนวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ที่จักถึงนี้ ในเช้าวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ ตามเวลาในประเทศไทย

ขึ้นชื่อว่ารางวัลออสการ์ 2015 นั้นก็ยังคงอัดแน่นด้วยจอเงินคุณภาพที่ตรงตามเกณฑ์พร้อมด้วยมาตรฐาน ทั้ง 24 สาขารางวัล ด้วยในปีนี้หนังตลกร้าย รวมดาราชั้นนำ กลายเป็นในความโดดเด่น Birdman กับ The Grand Budapest Hotel เข้าชิงมากที่สุดถึง 9 รางวัล

โดยภาพยนตร์เนื้อหาเกี่ยวกับสงครามก็มาแรงอย่างเรื่อง The Imitation Game เข้าชิงถึง 8 รางวัล ส่วนจอเงินม้ามืดอย่างเรื่อง American Sniper มีชื่อเข้าเข้าชิงถึง 6 รางวัล  ในขณะที่หนังที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการในปีนี้อย่างเรื่อง Boyhood ก็ได้กลายเป็นตัวเต็ง เข้าชิง 6 รางวัลเช่นเดียวกัน

แต่ว่าผู้ชนะในแต่ละสาขามีได้พ่างแค่หนึ่งเดียว นี่คือ การคาดการณ์ ผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 87 ซึ่งประมวลจากข้อมูลทางสถิติรางวัลพร้อมทั้งรายได้ รวมทั้งคะแนนเสียงจากนักวิจารณ์หนังชั้นนำมาให้ได้ดูกัน




ซึ่งด้วยบรรดารางวัลที่เกี่ยวกับ การแสดง ของออสการ์ปีนี้ เป็นที่น่าเสียดาย เพราะหลายสาขาล้วนแต่มี ตัวเต็ง เหรอ ตัวเด่น ชนิดที่เตรียมตัวนอนมารับตุ๊กตาทอง สมมตไม่มีอะไรที่พลิกความคาดหมายพร้อมกับค้านสายตาคนดูหนังอย่างเราๆ

มาขึ้นต้นต้นจาก รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ที่คงไม่ยอมรับไม่ได้ว่า Julianne Moore มีผลงานการแสดงอันยอดเยี่ยมใน Still Alice กับบทบาทผู้หญิงกลายเป็นโรคอัลไซเมอร์ ได้รับเสียงชื่นชมอย่างเป็นเอกฉันท์จากเทศกาลหนังต่างๆ พร้อมด้วยนี่อาจจะสิ้นสุดการรอคอยเกือบ 20 ปี หลังจากที่เธอเคยเข้าชิงออสการ์มาถึง 4 ครั้ง แต่ยังไม่เคยคว้าได้เลยสักตัวเลย

ในส่วนสาวคนอื่นๆ ที่ร่วมเข้าชิงในรางวัลนักแสดงนำหญิงนี้ แม้จะทำผลงานเข้าตากรรมการ แต่ก็ยังไม่มีใครโดดเด่นได้เท่ากับตัวเต็ง บทบาทของ Felicity Jones ในเรื่อง The Theory of Everything นั้นน่าประทับใจ ด้วยกัน ไม่ควรมองข้าม

ส่วน Reese Witherspoon ในเรื่อง Wild ยังคงสร้างงานแสดงดีๆ ได้สมกับมาตรฐานของ Marion Cotillard จากเรื่อง Two Days, One Night ติดโผเข้ามาอย่างเซอร์ไพรส์ และก็ไม่น่าแปลกใจที่เธอขึ้นแท่นเป็นขวัญใจกรรมการ ส่วน Rosamund Pike จากเรื่อง Gone Girl เธอคนนี้ก็ต้องจับตามอง

ผู้ชนะที่คาดว่าจักได้รางวัล: Julianne Moore | ส่วนตัวแปร: Felicity Jones | ส่วนม้ามืด: Reese Witherspoon




กับมาดู รางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม กันบ้าง สาขานี้ก็แทบจะไม่ต้องลุ้น เจ้าแม่ดาราทีวี Patricia Arquette น่าจักมาคว้ารางวัลออสการ์จากการเข้าชิงครั้งแรกไปได้อย่างสบาย จากการแสดงที่โดดเด่นในเรื่อง Boyhood

พร้อมกับคู่แข่งคนอื่นๆ ในสาขานี้แทบจะไม่น่ากลัวอย่าง Emma Stone จากเรื่อง Birdman กับ Keira Knightley จากหนังเข้าใหม่เรื่อง The Imitation Game ที่ได้รับเสียงชมจากนักวิจารณ์ Laura Dern จากเรื่อง Wild ก็ติดโผเข้ามาแบบงงๆ ส่วน Meryl Streep จากเรื่อง Into the Woods รายนี้เป็นขาประจำ เข้าชิงออสการ์แบบปีเว้นปี


ผู้ชนะที่คาดว่าจักได้รางวัล: Patricia Arquette | ส่วนตัวแปร: Keira Knightley | ส่วนม้ามืด: Laura Dern




ด้วยกันมาดูรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ก็เป็นอีกหนึ่งสาขาที่มี ตัวเต็ง ลอยเด่นมาแต่ไกลอย่าง JK Simmons ที่โชว์ฝีมือการแสดงเข้าขั้นเทพในเรื่อง Whiplash ที่เดินสายกวาดรางวัลมาแทบจักทุกเวที ด้วยกันนี่คงเป็นการคว้าตุ๊กตาทองตัวแรกในชีวิตการแสดงของเขา ที่น่าจะครอบครองมาได้เพราะไร้ข้อกังขา

ในขณะที่ผู้เข้าชิงอีก 4 คน ก็ไม่น่าหวั่นเกรงสักเท่าไหร่อย่าง Edward Norton จากเรื่อง Birdman กับ Ethan Hawke จากเรื่อง Boyhood เพราะว่าที่ 2 คนนี้บรรดานักวิจารณ์หนังคอยส่งเสียงเชียร์อยู่ไม่น้อย ส่วน Mark Ruffalo จากหนังเรื่อง Foxcatcher และ Robert Duvall จากเรื่อง The Judge พร้อมทั้งน่าเสียดายที่พวกเขาแทบจักถูกลืม

ผู้ชนะที่คาดว่าจักได้รางวัล: J.K. Simmons | ส่วนตัวแปร: Edward Norton | ส่วนม้ามืด: Ethan Hawke



มาเพิ่มระดับความน่าตื่นเต้นกันน่อย สำหรับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ประจำปีนี้คงเป็นสาขาการแสดงที่ได้ลุ้นกัน การชิงดีชิงเด่นระหว่าง หนุ่มดาวรุ่ง กับ ดารารุ่นใหญ่อย่าง Michael Keaton ที่โชว์ ปลดเปลื้องของโดนใจนักวิจารณ์ทั้งประเทศจากการแสดงใน Birdman ส่วน Eddie Redmayne จากเรื่อง The Theory of Everything ที่รับบทอัจฉริยะโลกจารึกอย่าง Stephen Hawking แบบตามสูตรออสการ์เป๊ะ แม้ว่าคะแนนของทั้งคู่จักสูสีกัน แต่ผู้ชนะมีเช่นแค่หนึ่งเดียว

พร้อมทั้งผู้เข้าชิงรางวัลนำชายคนอื่นๆ ก็น่าประทับใจ อย่าง Steve Carell ที่พลิกบทบาทแปลงโฉมโชว์ฝีมืออย่างเข้มข้นในเรื่อง Foxcatcher ก็ไม่ควรมองข้าม เช่นเดียวกับ Benedict Cumberbatch จากเรื่อง The Imitation Game ก็พอที่จักมีลุ้น ส่วนขวัญใจอเมริกาอย่าง Bradley Cooper จากหนังฮิตเรื่อง American Sniper ก็น่าจักกลายเป็นม้ามืดอยู่ในสาขารางวัลนี้

ผู้ชนะที่คาดว่าจะได้รางวัล: Eddie Redmayne | ส่วนตัวแปร: Michael Keaton | ส่วนม้ามืด: Bradley Cooper

และตามมาด้วยรางวัลเกี่ยวกับ บทภาพยนตร์ ปีนี้พบว่ามีการแข่งขันค่อนข้างสูสีในสาขารางวัลนี้ อีกทั้งยังมีบทจอเงินหลายเรื่องที่คาดว่าจักติดโผเข้าชิง แต่กลับไม่มีชื่ออย่างน่าประหลาดใจ เช่น เรื่อง  Gone Girl, เรื่อง Wild หรือไม่ก็ เรื่อง Still Alice เป็นต้น




เพราะด้วยรางวัลบทหนังดัดแปลงยอดเยี่ยม แม้จะมีชื่อหนังหลายๆ หลุดโผไป แสดงให้เห็นว่าสาขารางวัลนี้ค่อนข้าง สายแข็ง โดยเฉพาะงานดัดแปลงจากหนังสืออัตชีวความเป็นมากลางสมรภูมิรบอย่างเรื่อง American Sniper ได้ภาษีดีขึ้นมาทันที ที่กลายเป็นได้รับความนิยมถล่มทลายตั้งแต่ปีใหม่ ส่วนหนังอินดี้อย่างเรื่อง Wishlash ดัดแปลงมาจากหนังสั้นชื่อเดียวกัน ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเต็งที่สร้างสรรค์ได้อย่างมีชั้นเชิง

ในส่วนผู้เข้าชิงเรื่องอื่นๆ งานดัดแปลงจากหนังสือของเรื่อง The Imitation Game ก็ไม่ควรมองข้าง เช่นเดียวกับเรื่อง The Theory of Everything ความเป็นมาของอัจฉริยะเรื่อง Stephen Hawking  ที่ตีความออกมาได้อย่างประทับใจ ขณะที่เรื่อง Inherent Vice กลายเป็นตัวเระบือกที่ติดโผเข้ามาแบบเซอร์ไพร์ส

เพื่อผู้ชนะที่คาดว่าจะได้รางวัล: Wishlash เพราะว่า Damien Chazelle | ส่วนตัวแปร: The Imitation Game เพราะว่า Graham Moore | ส่วนม้ามืด: American Sniper โดย Jason Hall


รางวัลยังไม่หมดแค่นี้นะ เดี๋ยวมาต่อกันพรุ่งนี้นะครับ ไม่ก็ใครที่ขี้เกียจรอ เข้าไปอ่านได้เลยครับที่นี่ http://movie.sanook.com/47649/

วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

Marvel ตระเตรียมกระชาก spierman มาถึงผสานและ Avengers,HUNGER PART 2

ล่าสุด!! สาวกสไปเดอร์แมน เตรียมเฮ! 

หลังมาร์เวล ได้สิทธิ์ดึงตัวละครกลับมาแจมในสงครามจักรวาล




ก็อาจจะเรียกได้ว่าเป็นข่าวที่ดีที่สุดในรอบหลายๆปีกันเลยก็ว่าได้ เพราะว่าครั้งนี้ทางสตูดิโอมาร์เวลพร้อมกับโซนี่ พิกเจอร์ส นั้นศักยหาข้อตกลงร่วมกัน รวมไปถึงส่วนแบ่งเรื่องเงินเป็นที่ลงตัว แล้วว่าโอกาสนี้ฮีโร่อย่างสไปเดอร์แมนนั้นจักได้เข้ามาร่วมหมู่กับ The Avengers ได้อย่างแน่นอน พร้อมด้วยที่สำคัญคือการได้ร่วมแจมกับคณะ อเวนเจอร์ นี้จักมีการเฟ้นหาไอ้แมงมุมตัวใหม่ด้วย




โดยที่ทาง แอนดรูวส์ การ์ฟิลด์ ไอ้แมงมุมจากเรื่อง The Amazing Spiderman ก็ได้ออกมาตอบเช่นกันว่าเขาจักไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของหนังในการรวมทีม The Avengers แต่ว่าที่แน่ๆคือ ทางมาร์เวลเองก็มีแผนการที่จักให้ไอ้แมงมุมได้ไปปรากฏตัวอยู่ใน Captain America: Civil War แบบพอหอมปากหอมคอด้วยเช่นกัน




พ่างแต่ว่าการประกาศข่าวที่น่ายินดีนี้ก็มีข่าวร้ายเช่นกัน ครั้นเมื่อโปรเจ็คหนังที่รวมดาวร้ายของตัวละครคู่อริของสไปเดอร์แมนอย่าง Sinister Six ที่มีกำหนดการเข้าฉายในปี 2016 ก็ถูกพับเก็บเข้ากรุไปด้วยกันมีทีท่าว่าอาจจะไม่ได้สร้างในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน

พร้อมกับอย่างไรก็ตามข้อตกลงใหม่ที่เกิดขึ้นระหว่าง เควิน ไฟกี ของมาร์เวล สตูดิโอ กับ เอมี พาสคาล ซึ่งลาออกจากตำแหน่งประธานร่วมของโซนี พิกเจอร์สนั้น ที่ทั้งสองสตูดิโอจักร่วมมือกันสร้างสรรค์เรื่องราวใหม่ให้กับซูเปอร์ฮีโร่อย่างสไปเดอร์แมน

ซึ่งความพิเศษ ที่มียิ่งกว่านั้นก็คือ การที่อาจจักหาโอกาสพิเศษให้ตัวละครจากจักรวาลมาร์เวลได้มีโอกาสมาโผล่อยู่ในเรื่องราวของหนังเรื่องสไปเดอร์แมนด้วย




และที่แน่นอนว่าโปรแกรมหนังในเรื่อง The Avengers Age of Ultron นั้นคงจะยังไม่มีสไปเดอร์แมนโผล่หน้ามา เพราะว่าได้ปิดกล้องไปแล้วแถมหนังก็จ่อคิวเข้าฉายแล้วเรียบร้อย แต่ว่าในตอน Avengers: Infinity War – Part 1 เขานั้นก็น่าจะได้ออกมาร่วมทีมกับบรรดาฮีโร่คนอื่นๆอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นการได้ร่วมกรุ๊ปของฮีโร่นักไต่เข้ากับจักรวาลมาร์เวลครั้งนี้ทำให้สตูดิโอต้องเลื่อนวันฉายของซูเปอร์ฮีโร่คนอื่นๆ ตามไปด้วยดังต่อไปนี้


  1. เรื่อง Thor: Ragnarok นั้นเลื่อนวันฉายใหม่ไปเป็น 3 พฤศจิกายน 2017
  2. เรื่อง Black Panther นั้นเลื่อนวันฉายไปเป็น 6 กรกฎาคม 2018
  3. เรื่อง Captain Marvel นั้นเลื่อนตามไปเป็น 2 พฤศจิกายน 2018
  4. เรื่อง Inhumans นั้นเลื่อนวันฉายไปเป็น 12 กรกฎาคม 2019



ภาคปิดม่านบังตา HUNGER PART 2 อย่างยิ่งใหญ่

บนจอ IMAX ด้วยกันหนังภาคแยก




ซึ่งภายหลังที่โดนแฟนหนังทั่วโลกโอดโอยว่าทำไมหนังภาคแรกของ The Hunger Games: Mockingjay PART 1 ถึงแม้ว่าไม่ได้เข้าฉายบนจอ IMAX แต่สำหรับภาคที่สองที่มีคิวเข้าฉายในช่วงกลางปีนี้ได้ข้อสรุปจากสตูดิโออย่างไลออนเกสต์แล้ว่าในภาคนี้จักได้ฉายบนจอใหญ่ยักษ์อย่างแน่นอน

แถมด้วยตัวผู้กำกับการแสดงหนังอย่าง ฟรานซิส ลอวร์เรนซ์ได้คอนเฟิร์มแล้วเวยว่าหนังภาคนี้จะกลายเป็นแบบ IMAX 3D ด้วย ซึ่งเรียกได้ว่าจะเป็นการปิดกำแพงสงครามแห่งพาเน็มอย่างยิ่งใหญ่กันเลยทีเดียว

ซึ่งถึงแม้ว่าตอนหนัง PART1 จักไม่ได้ดูเป็นเวอร์ชั่น 3D แต่เพื่อประเทศจีนกลับได้สิทธิพิเศษได้ดูเป็นเวอร์ชั่นสามมิติ ซึ่งตัวผู้กำกับหนังฟรานซิส ลอว์เรนซ์พอใจกับงานภาพที่ถูกดัดแปลงเป็นสามมิติด้วย

แต่ว่าอย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าหนังภาคที่กำลังจะเข้าฉายนี้อาจจักไม่ใช่ภาคสุดท้ายของแฟรนชายส์นี้ตราบใดโจน เฟลเทเมอร์ ที่เป็นซีอีโอของ ค่ายไลออนเกสต์ ได้เปิดเล่าว่า ในอนาคตอาจจักมีการคลอดโปรเจ็คหนังภาคแยกออกมาอีก ซึ่งประเดี๋ยวนี้เรากำลังพัฒนาและคิดเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของภาคก่อนหน้าหรือไม่ภาคต่อภายหลังหนัง Mockingjay PART 2 จบลง โจน เฟลเทเมอร์กล่าวไว่

และจากสถานการณ์ และ โอกาสที่มีความเป็นไปได้มากกว่าคือการพัฒนาหนังภาคพรีเควนซ์หรือไม่ก็ภาคก่อนหน้าออกมา ซึ่งแน่นอนว่าตัวหนังอาจจักมีการพูดถึง เกมล่าชีวิต ในครั้งก่อนหน้าหนังภาคแรกซึ่งอาจจะมีความเป็นไปได้ที่ว่าหนังอาจจักโฟกัสไปที่ตัวละครฟินิค(แซม คาฟลิน) เคยเป็นผู้ชนะในเกมครั้งก่อนหน้า

ซึ่งโอกาสที่จะพัฒนาหนังภาคต่อออกมานั้นก็น่ากังขาอยู่ว่าเรื่องราวในพาเน็มนั้นจะมีอะไรให้พูดถึงอีกเนื่องจากว่าเรื่องการปฏิวัติของพาเน็มมันจบลงอย่างสมบูรณ์แน่นอนแล้วในภาคที่ 3 นี้ เนื่องจากแฟรนชายส์ Hunger Games นั้นแตกต่างจากแฟรนชายส์อย่าง Harry Potter ยังพาผู้ชมไปเปิดโลกเวทมนตร์ในมิติต่างๆได้อีกท่วมท้นแยะมากมาย

เอาน่ะ!! อย่างไรก็ตามเหตุผลของความพยายามจักพัฒนาภาคอื่นๆของเรื่อง Hunger Games ออกมาอีกก็เพราะหนังเรื่องนี้เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของสตูดิโอไลออนเกสต์ซึ่งทำกำไรให้อย่างมหาศาล พร้อมกับถึงแม้ว่า แฟรนชายส์ของ Divergent จะทำกำไรให้สตูดิโอเช่นกันแต่มันก็ยังห่างไกลคำว่ามหาศาลแบบ Hunger Games





วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2558

หนัง: นี่คือว่า 5 จอเงินฟอร์มยักษ์ พล็อตใหม่ ที่น่าเฝ้ามองในที่ศักราช 2015

นี่คือ 5 หนังฟอร์มยักษ์ พล็อตใหม่ ที่น่าจับตาแห่งปี 2015




เรื่องแรก Chappie





นับว่าเป็นผลงานตัวอย่างหนังใหม่เรื่องล่าสุดของผู้กำกับหนัง นีลล์ บล็อมแคมป์ ที่ได้สร้างผลงานหนังสัตว์ประหลาดเรื่องเยี่ยมอย่าง District 9 พร้อมทั้งหนหนังเรียกร้องมนุษยธรรมอย่าง Elysium มาแล้ว

แต่ทว่า Chappie จักย้ำเล่าเรื่องราวของแชปปี้หุ่นยนต์ที่เกิดมามีความคิดอ่านไม่ต่างจากเด็กน้อยคนหนึ่ง ทว่าโชคเล่นตลกทำให้มันโดนอาชญากรจับตัวไปพร้อมทั้งกลายเป็นสมาชิกที่ไม่สมประกอบ แต่ยิ่งเติบโตขึ้นแชปปี้กลับฉายแววบางอย่างออกมา



เรื่องที่สอง Tomorrowland




นี่เป็นหนังมาใหม่ผลงานการกำกับของ แบรด เบิร์ด ซึ่งได้เปลี่ยนหนังบล็อกบัสเตอร์มาจาก Mission Impossible 4 ที่จะเสนอเล่าเรื่องราวของ เด็กสาวฮิวจ์ ลอว์รี่ เด็กหญิงที่บังเอิญได้พบกับเข็มกลัดวิเศษเพราะบังเอิญทำให้เธอเดินทางไปยังแดนมหัศจรรย์อย่างทูมอโรว์แลนด์ได้

เพราะที่เธอไม่รู้เลยว่าในโลกที่สวยงามนั้นมีอันตรายพร้อมกับความลับอีกมากมายซ่อนอยู่ หนังได้นางเอกบริทท์ โรเบิร์ทสัน แสดงร่วมกับจอร์จ คลูนีย์



เรื่องที่สาม Inside Out




โปรแกรมหนังซึ่งการได้กลับมาของพิกซาร์ซึ่งครั้งนี้จักกลับมาดังเปรี้ยงอีกครั้งเหรอไม่หลังจากช่วงหลังๆ หนังของค่ายนี้กลับซบเซาในเรื่องของเสียงวิจารณ์พอสมควร

ตัวหนังเล่าเรื่องของ ไรลีย์ ที่เป็นเด็กหญิงขึ้นมาจากชีวิตแบบตะวันตกตอนกลาง จนถึงพ่อของเธอต้องบุกเบิกงานใหม่ในซาน ฟรานซิสโก เช่นเดียวกับเราทุกคน ไรลีย์ถูกชักนำด้วยอารมณ์ต่างๆ ของเธอ

  1. ความสุข ใช่ไหม เอมี่ โพเลอร์
  2. ความกลัว ไม่ใช่หรือ บิล เฮเดอร์
  3. ความโกรธ หรือไม่ก็ ลิววิส แบล็ค
  4. ความน่ารังเกียจ ไม่ก็ มินดี้ คาร์ลลิ่ง 
  5. ความเศร้า เหรอฟิลลิส สมิธ

ซึ่งอารมณ์ทั้งหมดจึงต้องช่วยให้เธอทะลุชีวิตในแต่ละวันไปได้ นี่เป็นผลงานของพีท ด็อกเตอร์เจ้าของแอนิเมชั่นสุดประทับใจอย่าง


เรื่องที่สี่ Crimson Peak




เพื่อหนังสยองขวัญแฟนตาซี ที่เล่าเรื่องราวของ อีดิธ ครัชชิง เธอเป็นนักเขียนสาว ที่ต้องพบกับความน่ากลัวที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวสามี พร้อมด้วยเบื้องหลังตัวตนสุดลี้ลับ ที่เธอเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนตัวหนังจักเน้นความน่ากลัวในคฤหาสน์เก่าๆ

อีกทั้งยังได้ดารามากฝีมืออาทิ
เจสสิกา แชสเทน
ทอม ฮิดเดิลสตัน
จิม เบรเวอร์
มีอา วาซิโควสกา
ชาลี ฮันแนม

พร้อมทั้งนี่เป็นผลงานการกำกับของ กิลเลอร์โม เดล โตโรจากเรื่อง Pacific Rim



พร้อมทั้งเรื่องสุดท้าย Midnight Special




นี่เป็นรอบหนังแนวไซไฟ - ดราม่า ที่ทำนูลเล่าการเดินทางของคู่พ่อลูกที่ต้องหลบหนีการตามล่า พอพ่อพบว่าในอดีตเมื่อเขายังเด็กนั้นตนมีพลังพิเศษพร้อมกับมันยังหลับใหลอยู่ในตัว เป็นผลงานการกำกับของเจฟฟ์ นิโคลที่ทำหนังดาร์คๆ เกี่ยวกับอารมณ์มนุษย์อย่าง Mud และ Take Shelter ตัวหนังจักได้นักแสดงอย่าง

  1. โจเอล เอ็กเกอร์ตัน
  2. แซม เชฟเพิร์ด
  3. คริสเทน ดัสน์


มาร่วมแสดงด้วย

วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2558

เช็ครอบหนัง ชอบพอหมดแก้ว Love on The Rock ชีวามันส์แสนเกรียน

บทวิจารณ์หนัง รักหมดแก้ว Love on The Rock ชีวิตมันแสนสั้น






เช็ครอบหนัง: เพื่อบางคนอาจจะตั้งคำถามว่าถ้าถ้าหากตัวเองไม่ได้เป็นคนกินเหล้าหรือไม่อยู่ในกลุ่มเพื่อนที่ชอบออกไปสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนในยามวิกาลแล้วจะยัง มีอารมณ์ร่วม ไปกับหนังเรื่องนี้ไม่ก็เปล่า อันที่ยิ่งตัวหนังเรื่องนี้ก็ไม่ได้มีความเฉพาะกลุ่มขนาดนั้น แน่แท้อยู่ที่เหตุการณ์หลักๆของมันจะเกิดขึ้นกับสังคมในวงสุรา แต่ในขณะเดียวกันตัวหนังก็ยังพูดถึงเรื่องราวความรักของ
หนุ่มสาว - มิตรภาพระหว่างกลุ่มเพื่อน - การเรียนรู้ชีวิตเปลี่ยนชีวิตพร้อมกับคำหมายเล่าของคนอื่น

รวมไปถึงการเก็บเกี่ยวประสบการณ์อันมีค่าของแต่ละคนด้วย

ด้วยว่าตัวหนังเจรจาเล่าเรื่องราวของ ไฟเลี้ยว หรือ พิไลพร สุปินชมภู หญิงสาวรักอิสระพร้อมกับไม่ต้องการจะถูกผูกมัดใดๆ เธอคิดว่าความรักที่ดีด้วยตัวเองนั้นคือการที่ต่างฝ่ายต่างจะต้องเว้นช่องว่างระหว่างกันไว้จนไม่น่าอึดอัดหรือไม่ห่างเหินกันมากจนเกินไป

ถึงแม้ว่าตลอดชีวิตเธอจะผิดหวังมาโดยตลอดจนกระทั่งเธอได้เจอกับ บั๊กโจ้ หรือไม่ก็ ณปรัชญ์ รัตนนิตย์ หนุ่มตี๋หน้างงโลก เจ้าของร้านเหล้าที่ขอเงินพ่อตัวเองมาเปิด เหมือนเป็นสถานที่เอาไว้สังสรรค์กับเพื่อนฝูง เขาดูไม่คิดจักจริงๆจังอะไรกับชีวิตเพราะคิดว่าอนาคตยังอีกยาวไกลพร้อมด้วยเวลาก็เหมือนเป็นสิ่งที่ไม่มีวันหมด

เพราะว่าประเด็นเรื่องการคบกันแบบหลวมๆ จึงถูกพัฒนาด้วยกันชี้ให้เห็นว่าอันที่แท้แล้ว ความรักแบบมีช่องว่าง ก็มีปัญหาพร้อมกับความขัดแย้งในตัวเองอยู่ ปางอันที่เป็นแน่แท้แล้วการที่คนสองคนอยู่ใกล้ชิดกัน ซึ่งในเรื่องเล่าให้เห็นว่าทั้งไฟเลี้ยวด้วยกันบั๊กโจ้อาศัยอยู่ด้วยกัน ในช่วงเวลาที่แต่ละคนอยู่คนเดียวก็ยังมีการแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของกันและกันอยู่ดี ทั้งความผูกพันของคนสองคนย่อมเกิดขึ้นมาอยู่แล้วอย่างไม่อาจจักหลีกเลี่ยง ทำให้การ คบซ้อน ของทั้งสองฝ่ายทำให้ต่างฝ่ายต่างเปรียบเทียบ คนใหม่ ของกันกับกันอยู่ในที

ซึ่งในขณะที่ฝ่ายหญิงกลายเป็นตัวละครที่พยายามจะสะท้อนสภาวะความไม่แน่นอนของการใช้ชีวิตคู่เธอเลยไม่อยากจักกระโจนลงไปในสิ่งที่เธอหวาดกลัวว่า ถ้าหากเธอเองตบปากพร้อมด้วยรักใครสักคนอย่างหมดหัวใจแล้ว เธอจะไม่ผิดหวัง ไฟเลี้ยวจึงเเล่าลือกจักเพลย์เซฟตัวเองด้วยการทำให้เจ็บปวดน้อยที่สุด ซึ่งหารู้ไม่ว่าสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่นั้นก็สร้างความเจ็บปวดให้กับตัวเองไม่พ่ายกัน

พร้อมด้วยถึงแม้ว่าความรักระหว่างคู่ พระ - นาง นั้นจักว้าวุ่นแค่ไหน แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่พ่ายกันในตัวอย่างหนังใหม่เรื่องนี้ก็คือบรรดาสังคมในวงเหล้าซึ่งประกอบไปด้วย

  1. พี่อุ๊ ใช่ไหม มาช่า วัฒนพานิช ที่เป็นเจ๊ใหญ่ในวงเหล้า เต็มที่ในทุกวันกับชีวิต
  2. พี่แมน หรือไม่ ปองศักดิ์ รัตนพงษ์ ที่เป็นเกย์แมนพูดจาตรงไปตรงมีมีความคิดสวนทางกับพี่อุ๊เสมอ
  3. พี่โบ้ รหือ ปองกูล สืบซึ้ง เขาเป็นรุ่นพี่ร่างใหญ่ที่เป็นเหมือนศาลพระภูมิในวงเหล้า
  4. พี่นุ หรือไม่ เอ็ม บุดดาเบลส ทายาทลูกเศรษฐีที่ชอบแต่งตัวเป็นฮิปสเตอร์
  5. เจ๊ด หรือไม่ก็ สงกรานต์ The Voice เขาเป็นหนุ่มเซอร์สุดเสี่ยว ที่เคยจีบไฟเลี้ยวแต่ไม่ติด
  6. ญาญ่า เหรอ แอน โพลิติก เพื่อนสนิทแสนสุภาพของไฟเลี้ยว


ซึ่งความโดดเด่นอย่างหนึ่งของหนังเรื่อง รักหมดแก้ว นั้นก็คือช่วงเวลาที่หนังให้เราได้เห็นการอยู่รวมกันของคณะสุราที่กลุ่มเพื่อนจักพูดคุยกันอย่างสนุกสนานจนเราเกือบลืมไปเลยว่าบุคคลิกลุ่มนี้กำลังแสดงหนังเข้าใหม่ในเราดูอยู่

ด้วยกันความเป็นกันเอง ของตัวละครจึงทำให้ผู้ชมเปรียบเสมือนเป็นเพื่อนอีกคนที่ได้เฝ้ามองพวกเขาเล่าชีวิตอันน่าตื่นเต้น ฝาดโผนพร้อมกับน่าผิดหวังไปพร้อมๆ กัน

ดังนั้นเรื่องย่อละครจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พอมีเพื่อนสักคนในกลุ่มเกิดจะเจ็บไข้ได้ป่วยหรือไม่สบายกะทันหันจนท้ายที่สุดแล้วเพื่อนคนดังกล่าวจักจากเราไปอย่างไม่มีวันกลับ และถึงแม้ว่าเพื่อนคนอื่นๆ จักเศร้าแค่ไหน จุดหักเหของชีวิตใครสักคนย่อมทำให้อีกหลายคน คิด ถัดจากนั้นอีกว่าชีวิตของเราล่ะจักเดินหน้าไปอย่างไรกันต่อดีก็เพราะว่าท้ายที่สุดแล้วคนเราก็ต้อง เเอิกเกริกก ในสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิตตัวเอง พร้อมกับสุดท้ายเราก็จะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเองเพราะที่ไม่มีใครมาสอนเราได้ด้วยเช่นกัน

@พริตตี้ปลาสลิด

3.5 คะแนนจาก 5 คะแนน

วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2557

หนัง: Spider-Man เป็นได้ได้สนับสนุนมาร่วมทีมกับมาร์เวลในหนัง The Avengers

Spider-Man อาจได้ลุ้นมาร่วมกลุ่มกับมาร์เวลในหนังใหญ่




ซึ่งเราเชื่อว่าหลายคนคาดหวังที่จักได้เห็นซูเปอร์ฮีโร่ซุปตาร์ตัวหนึ่งของค่ายมาร์เวลได้มีโอกาสร่วมเจอกับบรรดาซูเปอร์ฮีโร่คนอื่นๆ ด้วย ซึ่งแน่นอนว่ามาร์เวลนั้นในยุคที่ยังไม่ได้เฟื่องฟูมากเท่าปัจจุบัน ค่ายหนังต่างๆ นั้นล้วนแล้วแต่ถือสิทธิ์ในการดัดแปลง “คอมมิกส์” ให้กลายเป็นหนัง



และด้วยซุปเปอร์ฮีโร่อย่าง Spider-man นั้นเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่ค่ายโซนี่ พิกเจอร์สซื้อสิทธิไปทำพร้อมกับรอบรู้กอบโกยรายได้ให้กับสตูดิโออย่างเป็นล่ำเป็นสัน เช่นเดียวกันกับ X-Men ที่ถือสิทธิโดย ทเวนตี้ เซนจูรี่ ฟอกซ์ แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังถูกพะยี่ห้อในฐานะซูเปอร์ฮีโร่ในเครือ “มาร์เวล” อยู่ดี



แต่ทว่าด้วยสิทธิที่กระจายออกไปหลายสตูดิโอเช่นนี้ทำให้การนำซูเปอร์ฮีโร่ทั้งหมด มาขึ้นจอพร้อมกันคงจะเป็นไปได้อย่างยากลำบากเอาซะเหโจษเกิน เพราะว่าแน่นอนปางเรื่องของ “เงินๆ ทองๆ” เข้ามาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจแล้ว มีเหรอที่สตูดิโอไหนจะยอมเสียเปรียบ



และแม้ว่าจะมีแหล่งข่าวที่รายงานมาจักไม่เป็นได้ยืนยันได้ 100% ว่าทางมาร์เวลที่อยู่ใต้ชายคาดิสนีย์ นั้นได้พยายามเจรจากับทางโซนี่เพื่อขอดึงตัวสไปเดอร์แมนมาร่วมอยู่ในจักรวาลมาร์เวล ซึ่งอย่างน้อยก็ในหนัง The Avengers



พร้อมทั้งในขณะที่ฝั่งมาร์เวลได้แผ่ขยายจักรวาลซูเปอร์ฮีโร่ของตัวเองได้กว้างขึ้นเรื่อยๆ ด้วยกันดูไม่มีทีท่าว่าจะหยุดในเร็ววัน ขณะที่การเจรจากับหลายๆ สตูดิโอก็ยังดำเนินถัดเรื่อยๆ ซึ่งเอาเข้าแน่นอนๆ แล้วถึงโซนี่จักยอมให้สไปเดอร์แมนมาร่วมฝ่ายกับอเวเจอร์สนักใช่ไหม

ซึ่งถ้าเกิดข้อตกลงเรื่องตัวเลขเงินค่าสิทธิ์พร้อมทั้งส่วนแบ่งลงตัว คิดว่าโอกาสในการร่วมจอกันระหว่างสองค่าย ไม่น่าจักใช่เรื่องที่ยากเย็นนัก




พร้อมทั้งไม่พ่างแต่ Spiderman เท่านั้น คราวไม่นานมานี้ฮีโร่อีกตัวจากค่ายมาร์เวลล์อย่าง Deadpool ก็เป็นที่คอนเฟิร์มอย่างแน่นอนแล้วว่าจะถูกประกาศสร้างภายใต้ชายคาของฟอกซ์พร้อมด้วยได้ ไรอัน เรย์โนลด์ มารับบทนำ ซึ่งตัวละครนี้จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งในหนัง “สปินส์ออฟ” ไม่ก็ภาคแยกออกมาจากแฟรนชายส์ X-Men นั่นเอง โดยจะได้ผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์อย่างทิม มิลเลอร์มาดูแล




ซึ่งเชื่อกันเป็นอย่างยิ่งว่า ไม่ว่าผลการเจรจาจะออกมาเป็นอย่างไร แต่เราเชื่อมั่นว่าถ้าถ้าหากเหล่าฮีโร่มาร์เวลได้มารวมตัวครั้งใหญ่กันจริงๆแล้วล่ะ ก็มันจักกลายเป็นปรากฏการณ์ที่โลกภาพยนตร์จักต้องจดจำไปอีกนานแสนนานเลยทีเดียว


ที่มา: http://xn--12cmad7fk7bcnb3gc0fe3una1a6g.blogspot.com/

ติดตามรับข่าวสาร หนัง หนังเข้าใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ เช็ครอบหนัง เพิ่มเติมได้ที่ http://movie.sanook.com/drama



วันพุธที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2557

หนังใหม่กงการ Roaring Currents มหาการต่อสู้ทางอรรณพสุดอลังการ

หนังใหม่เรื่อง Roaring Currents มหาศึกทางทะเลสุดอลังการ




ถึงแม้ว่าตลาดหนังเกาหลีในบ้านเราออกจักซบเซาไปมากก็ตาม ผิดกับช่วง 10 กว่าปีก่อนที่เรียกได้ว่ามีหนังเกาหลีมากมายหลายแนวให้เราดูกันอย่างไม่ขาดสาย นับว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายอยู่ไม่น้อยที่หนังเกาหลีฟอร์มโตหลายต่อหลายเรื่อง ไม่ได้เข้าฉายในประเทศไทย




แต่ทว่าหนังเรื่อง Roaring Currents เป็นหนังเกาหลีฟอร์มยักษ์เรื่องล่าสุดที่มีคิวเข้าฉายในบ้านเราวันที่ 9 ตุลาคม 2557 นี้

พร้อมด้วยได้กลายเป็นหนังบ๊อกซ์บัสเตอร์ประจำเกาหลีเมื่อเดือนสิงหาคมที่ทะลุมาเพราะ 5 วันแรกที่ตัวหนังเข้าฉายนั้นเรียกได้ว่าหนังเชี่ยวชาญทำยอดขายบัตรได้ถึง 4 ล้านกว่าในในประเทศเกาหลีใต้และตลอดโปรแกรมหนังที่ฉายนั้นเรียกได้ว่าหนังปิดยอดรายรับรวมในประเทศตัวเองไปถึง 111 ล้านเหรียญสหรัฐจากทุนสร้างของเรื่อง 18.6 ล้าน



สำหรับตัวหนังนั้นจักเล่าถึงเรื่องราวของสงครามที่เกิดขึ้นในยุค 1597 ตามพระราชพงศาวดารศาสตร์ของชนชาติเกาหลี ครั้งพลเรือเอกยีซุนชิน ซึ่งรับบทโดย ชอยมินซิก จากหนังเรื่อง Oldboy ที่เป็นผู้นำเรือรบสัญชาติเกาหลีที่มีพ่าง 12 ลำ แต่ก็สมรรถเอาชนะ พลเรือเอกโทโดะกับกองทัพเรือญี่ปุ่นที่มีแสนยานุภาพกว่า 300 ลำ ด้วยการวางแผนด้วยกันการอ่านทิศทางลม จนกลายเป็นกลยุทธ์ที่ถูกนำมาใช้เพื่อศึกษาจนถึงปัจจุบัน

เพราะว่าที่เนื้อหาในเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเรื่อง Roaring Currents นั้นถูกอ้างอิงมาจากพงศาวดารของประเทศกาหลีทีชื่อว่า Battle of Myeongryang อันเป็นบันทึกทางเรื่องราวศาสตร์ของนายพลยี่ซุนซิน ที่ศักยวางแผนกลยุทธ์ในการรบทางเรืออย่างชาญฉลาดกับเป็นได้กุมชัยชนะมาให้ประเทศเกาหลีได้



และตัวหนังนั้นได้ผู้กำกับหนังฝีมือดีอย่าง คิมฮานมิน ที่เคยได้ทำหนังสงครามเรื่องเยี่ยมมาแล้วใน War of the Arrows เพราะที่เขาได้เล่าโดยคร่าวๆ ว่า ในสมุดบันทึกของนายพลยีซุนชิน เขาบรรยายว่าชัยชนะของสงครามครั้งนั้นอยู่ในมือของพระเจ้า ทว่าระหว่างที่ผมเตรียมงานสร้างเรื่องนี้ ผมก็รู้สึกว่านี่ไม่ใช่โชคหรือปาฏิหาริย์ แต่มันมาจากพลังใจของทหารที่ต้องการที่จะปกป้องดินแดน รวมถึงกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดของ นายพลยีซุนชิน ที่ท้ายที่สุดแล้วเขาไม่เสียเรือไปเลยแม้แต่ลำเดียว ผมใคร่เล่าถึงเหตุการณ์สุดมหัศจรรย์ทาง ที่เกิดขึ้นด้วยฝีมือของมนุษย์ล้วนๆ


ตัวอย่างหนังใหม่ เรื่อง Roaring Currents



ที่มา: http://movie.sanook.com/43149/

ติดตามรับข่าวสาร หนัง หนังเข้าใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ เช็ครอบหนังเพิ่มเติมได้ที่ http://xn--12cmad7fk7bcnb3gc0fe3una1a6g.blogspot.com/